กองทัพธรรมเตรียมฟ้องหมอปลา พาสาวร้องรมต. กล่าวหาพระผู้ใหญ่

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะแม่ทัพทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย นายเอื้อ มูลสิงห์ ทนายความกองทัพธรรมจังหวัดนครพนม ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระครูโสภณภาวนานุสิฐ อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

นายสมพงษ์ หมวดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ตลอดจนศิษยานุศิษย์ พระเทพวรมุนี อายุ 82 ปี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 และตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ แถลงข้อเท็จจริงกรณี

มีนางสาววรรณวิสา ประทุมวัน อายุ 49 ปี อ้างว่าเป็นหลานสาวของ นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี เสียแล้วเมื่อประมาณปี 2542 พร้อมระบุว่าเป็นผู้รับเหมาเข้าไปพัฒนาก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือเป็นวัดชื่อดังในปัจจุบัน

ทั้งนี้ บุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ได้ร่วมกับ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา รวมถึงทนายความกับพวก เข้าร้องเรียนต่อ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 พร้อมร้องเรียนผ่านสื่อ โดยกล่าวหาว่า พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 พร้อม พระครูโสภณภาวนานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร

โกงค่าก่อสร้างถาวรวัตถุในวัดมรุกขนคร ประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ระบุว่ามีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2539 โดยมี นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี มีฐานะเป็นตาของผู้เสียหาย ดำเนินการรับเหมาก่อสร้างอาคารต่างๆ ภายในวัดมรุกขนครมาต่อเนื่อง

จนกระทั่ง นายสมเกิด ภูมิทัศน์ อายุ 66 ปี จากไป จึงไม่ได้ค่าจ้างส่วนที่เหลือ โดยได้ทำพินัยกรรมให้กับภรรยาไว้ และมอบให้ผู้เสียหายดำเนินการติดตามทวงถาม พร้อมเคยร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม จนกระทั่งมีข่าวเผยแพร่ออกมาตามสื่อต่างๆ

นายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะแม่ทัพทนายกองทัพธรรม ได้แถลงว่า ข้อมูลการร้องเรียนดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตรวจสอบเอกสารหลักฐานร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม พบว่า การก่อสร้างพัฒนาวัดมรุกขนคร เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2534 โดยมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร แต่บุคคลที่ร้องเรียนกล่าวอ้างว่าเข้าไปก่อสร้างเมื่อต้นปี ประมาณเดือนมกราคม 2539

และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าการดำเนินก่อสร้างไม่เกี่ยวกับพระเทพวรมุนี แต่เป็นข้อตกลงกับบุคคล คือ ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นคณะบุคคลที่ดูแลการก่อสร้าง พร้อมมีการบอกเลิกสัญญาเนื่องจากผู้รับจ้าง ทำงานล่าช้า และไม่มีการทำสัญญาจ้างงาน รวมถึงผู้อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ไม่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายภายใน 2 ปี ถือว่าขาดสิทธิ์ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ในช่วงการก่อสร้าง ตามข้อร้องเรียน สถานะยังไม่ก่อตั้งเป็นวัด จนกระทั่งมีการยกฐานะเป็นวัดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2539 โดยตนเชื่อว่าการออกมาร้องเรียนครั้งนี้เป็นความไม่บริสุทธิ์ใจ มีเจตนาให้พระเทพวรมุนีที่เป็นที่เคารพของชาวนครพนม มีคุณงามความดี เกิดความเสื่อมเสีย และทำให้วัดเสียหาย เป็นการกระทำไม่ต่างจากกรณีหลวงปู่แสง จึงฝากถึงหมอปลาและผู้เสียหายอย่าจาบจ้วงพระพุทธศาสนา

ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนออกมาให้ร้ายใคร กล่าวหาใคร เพราะเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา หลังจากนี้ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมฟ้องดำเนินคดีอาญา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมถึงผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนคดีแพ่งคิดไว้ในใจจะเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และหากพบว่ามีใครเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนที่เสนอข่าวด้านเดียว จะดำเนินคดีทั้งหมด

Leave a Reply

Your email address will not be published.